UTM คืออะไร แล้วทำไม Online Marketer ต้องใช้

Standard

เวลาเราทำ Online marketing เราก็อยากจะวัดใช่ป่ะ ว่าช่องทางไหนมันเวิคกว่า ทั้งจำนวนคนเข้า หรือ ยอดซื้อ  ที่เราอาจจะดูผ่าน Google Analytics (หรือแม้กระทั่งผ่าน SQL database)  สำหรับวัดที่เป็นที่นิยมค่อนข้างมากคือ UTM tracking  โดยการเติมอะไรไปข้างหลัง link นิดหน่อย เช่น แทนที่จะเข้าตรงๆ ก็จะมีอะไรห้อยท้ายแบบนี้

https://snoopymarketer.com/?utm_source=Blog&utm_medium=wordpress&utm_campaign=what_is_utm

โดยหลักๆแล้ว มันจะประกอบด้วย 3 ส่วน คือ

1) utm_source= มาจากช่องทางไหน เช่น Google, Facebook, Affiliate, Priceza, ฯลฯ

2) utm_medium= ช่องทางนั่นแหละ เช่น source = google, medium = organic คือมาจาก search ตรงๆ แต่ถ้า source = google, medium = cpc คือทำโฆษณาผ่าน google หรือ ทำ SEM นั่นเอง

3) utm_campaign= แคมเปญที่ทำ เช่น โฆษณาสินค้านี้นะ หรืออะไรก็ตามที่เราจะตั้ง

นอกนั้น อาจจะมีเพิ่ม utm_term หรือ utm_content ก้ได้ ตามแต่ที่เราจะตั้งเลย ซึ่งการจะใส่เราก็แค่เพิ่ม ? ท้าย URL ก่อนจะพิมพ์ utm หรือถ้ากลัวพลาด เราก็สามารถใช้ Google URL builder ช่วยเราได้เช่นกัน

ข้อควรระวังคือ สมมุติเรากำหนดว่า source=facebook ก็ควรพิมพ์แบบนี้ตลอดไป เพื่อให้เวลาเราทำการตั้งค่า หรือวิเคราะห์ง่ายขึ้น ไม่ใช่ Facebook, FACEBOOK, FB และอื่นๆ เพราะจะทำให้เราหามันไม่เจอ จึงมีคำแนะนำว่า ควรจะเป็นตัวพิมพ์เล็ก และใช้ _ แทนเว้นวรรค และไม่ควรมี ? หรือ & เพื่อที่ระบบเก็บค่าจะไม่งงนั่นเอง

ซึ่งพอเราติดแบบนี้แล้ว เวลาดู acquisition report ใน Google Analytics  จะได้ละเอียดตามที่เราตั้งค่าไว้นั่นเอง 🙂

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s