Project Showcase

Standard

This page showed the summary past projects I have worked on during my Master’s Degree at SMU MITB.  Please feel free to explore and click on each project to get more detail about the project.

1 E-commerce Dashboard

e-commerce dashboard.JPG

This is a ‘proof-of-concept’ how we can utilize R and Shiny to create an e-commerce website dashboard. The data was static but it is possible to use real-time connection with various platforms such as SQL, Google Analytics, Facebook, etc. (More info)

2 Twitter & Facebook Scraper

Using Twitter and Facebook API, we could extract information from Twitter easily, this project is to use R programming to extract the information from Twitter and Facebook – especially from Public Profile. (More info)

If you would like to establish projects similar to above, please feel free to contact me.

gmailp.kanokkorn@gmail.com
linkedinKanokkorn Prasongthanakit

The rest of this blog (except the showcases above) was written in Thai as I intended this to be a personal journal.

Showcase: E-commerce Dashboard

Standard

This is a ‘proof-of-concept’ how we can utilize R and Shiny to create an e-commerce website dashboard. The data was static but it is possible to use real-time connection with various platforms such as SQL, Google Analytics, Facebook, etc. The project was part of ‘Visual Analytics’ course which highlight how to visually display the data to gain more insights.

The application can be accessed at: https://smu-visual-proj.shinyapps.io/e-commerce/

e-commerce-dashboard

Tool Used

  • RMarkdown – was how data and R script could be rendered into HTML page
  • RStudio – made coding in R effortlessly and publish to shiny server for us
  • Shiny – was main engine to create interactive parts and filters
  • ggplot2, treemap – was how the graphs were plotted
  • plotly – was used to ‘enhance’ the plot with ‘zoom’ and ‘mouseover tooltip’

More Project Showcase

If you would like to establish projects similar to above, please feel free to contact me.

gmailp.kanokkorn@gmail.com
linkedinKanokkorn Prasongthanakit

The rest of this blog (except the showcases above) was written in Thai as I intended this to be a personal journal.

ทำ Powerpoint ยังไงให้สวย

Standard

อันนี้ก็เป็นทริปแอนด์ทริคเล็กๆ ที่สะสมมาระหว่างการทำงานโน่นนี่นั่น สำหรับการทำ Powerpoint

1 Preset ไว้ก่อน จะช่วยชีวิตได้เยอะมาก

preset-powerpoint.JPG

ตรงนี้เราจะสามารถเซท theme ของพรีเซนเทชั่นทั้งหมดได้ เช่น สี และ font (ขอแนะนำให้เซตก่อนเริ่มงาน ทุกครั้ง เพราะว่าบางทีมาเปลี่ยนสี หรือฟ้อนทีหลังมันอาจจะเละ แบบสีที่เด่นๆ ก็ไม่เด่นแล้ว ตัวอักษรตัดคำเพี้ยน ฯลฯ

โดยการเข้าไปเซต คือ Design  > แล้วกล่องขวามือ เลือก color / font /effects

(ซึ่งอันนี้เซตแล้วถ้าทำเหมือนเดิมก็เซฟไว้ได้นะแจ๊ะ  เป็น office theme (.thmx) คราวหน้ามาก็เปิดไฟล์ได้เลย)

2 เซท font ไว้ก่อน เพื่อให้ไปทางเดียวกัน 

ใน powerpoint คือ มันจะมี font default มาให้ คือ Calibri / Angsana- Cordia ซึ่งถ้าเกิดประโยคนึงพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษแล้ว มันจะพังทันที แบบอึ๋ยมาก ก็สามารถมาเปลี่ยนตรงนี้ได้ แบบสิ้นคิดๆ ก็ Arial / Tahoma หรือเราจะเปลี่ยนตัวภาษาอังกฤษเป็นฟ้อนเดียวกับไทยก็ได้ (เพราะฟ้อนไทยหลายๆอันก็มีฟ้อนอังกฤษอยู่แล้ว)

font-theme.JPG

ข้อควรระวังของการเซทฟ้อนคือ ถ้าเราแชร์ไฟล์กับชาวบ้านแล้วเครื่องคนอื่นไม่มีฟ้อน Powerpoint จะระเบิดตัวเองเป็นฟ้อนอะไรก็ไม่รู้ ต้องมาเปลี่ยนกลับอีก

3 สร้าง Theme สีด้วย Palette

จากข้อแรก เราก็ควรจะเซทสีไว้ด้วย ซึ่งสีนั้นก็จะมีตัวอย่างๆให้จาก preset แล้ว ถ้าอยาก go beyond ก็เลือกสีเองได้เลยค่าา แถมๆ อาจจะลองไปหา Palette ออนไลน์มาใส่ก็ได้ เช่น Design-seed 

ข้อควรระวังของการเซทสีคือ มันจะมีผลเล็กน้อยถึงปานกลางในการลงสี Chart ทั้งหลายแหล่ จึงควรเลือกสีที่แตกต่างกันชัดเจน (แบบข้างล่างก็โอเค) และตัว Dark / Light ด้านบนๆ ขอให้เก็บ contrast สีไว้ดังเดิม

color-theme.JPG

4 ใช้ slide master สำหรับจัด layout ต่างๆ

slidemaster.JPG

5 ใช้ Smart Art แบบแยกร่าง

จริงๆ SmartArt เป็น design ของ powerpoint ที่เราว่ามันกล่องดีมากกก แบบใช้ง่าย แต่มันจะชอบแกล้งเราด้วยการลด font บ้างอะไรบ้าง จนทำให้บางทีกรี้ดและวาดเองไป

หลังๆเพิ่งค้นพบว่า อ่อมมมมมม smartart ทั้งหลาย ถ้าเรากด ungroup มันจะกลายเป็น group object และ ungroup อีกที ก็จะเป็นกล่องเปล่าๆที่ preset แต่งมาเรียบร้อย ตอนนี้ก็จัดได้สบายใจเลย

 

 

หลักๆน่าจะประมาณนี้ ถ้านึกออกจะมาเพิ่มให้นะคะ

 

Marketing 4. 0

Standard

วันก่อนค่ะ อ.มาเก็ตติ้งส่งเกรดมาพร้อมกับเลิฟโน้ตค่ะ พร้อมกับบอกว่า ฮัลโหลๆ ท่านพ่อทุกสถาบัน Phillip Kotler ได้ออกหนังสือเล่มใหม่ คือ marketing 4.0   หน้าตาก็ประมาณนี้

marketing4.0.jpg
(พอดีเราซื้อ Amazon Kindle มาประมาณ 360 บาท ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฉบับหนังสือเล่มๆ เค้าขายกันเท่าไหร่) คือมันก็แพงอ่ะนะ จากที่อ่านไป เราคิดว่ามันคือ “Extended Version ของ Marketing Management Textbook” คือจากคอนเซปเดิมๆ STP หรือ 4Ps ก็จะกลายเป็นว่า แทนที่บริษัทจะจัดคนเป็น Segmentation มันอาจจะกลายเป็น community แทน หรือ Product เดิมๆ ที่บริษัทออกแบบ จะกลายมาเป็น Co-creation ระหว่าง User และ Company แทน
แต่นอกจาก Extend concept เดิมๆแล้ว เราว่าเรื่องที่น่าสนใจก็มีประมาณนี้
1) เน้นย้ำความสำคัญของ Digital Media และ Interaction ของผู้บริโภคมากขึ้น
2) จาก AIDA (Awareness, Interest, Desire, Action) เป็น 5A แทน คือ Aware > Appeal > Ask > Act > Advocate
2) แนะนำ 2 metric ใหม่ ได้แก่ PAR (Purchase Action Ratio) และ BAR (Brand Advocacy Ratio) (จริงๆคอนเซปก็คือ Conversion rate และ % ว่าคุณจะเรคคอมเมนแบรนด์นี้หรือไม่?) และเทคนิคที่คุณควรจะใช้ เพื่อเพิ่มคะแนนเหล่านี้
3) Funnel  ไม่ใช่ Funnel อีกต่อไป แต่จะมี 4 รูปแบบหลักๆ ตาม 5A (ในข้อแรก) คือ Door Knob, Goldfish, Trumpet, และ Funnel (ความคอดของรูปแบบอาจจะไม่เหมือนกัน) ตามแต่ Industry โดยสังเกตได้จากค่า BAR
funnel.JPG
(รูปภาพจากหนังสือ Marketing 4.0)
4)  แต่ทั้งนี้แล้วจริงๆเราอยากได้แบบที่ 5 คือ “Bow Tie” มากกว่า (คือคอดตรง Ask)
5) และก็กลับไปย้ำความสำคัญของดิจิตอล เช่น Social Listening, Content marketing , Omnichannel ฯลฯ ที่อาจจะไม่ใหม่สำหรับคนทำโลกออนไลน์ แต่สำหรับคนทำออฟไลน์ หรือคนที่ยังคิดว่าออฟไลน์กับออนไลน์แยกกัน ควรอ่านค่า
สรุป ซื้อเหอะ เอามาประดับบารมีคู่กับ Marketing Management