เมื่อฉันไปขายวิญญาณที่สิงคโปร์ ตอนที่ 2 : EP หรรษา

Standard

ความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากที่ได้งานแล้วจะต้องทำสิ่งที่เรียกว่า EP หรือ Employment Pass  ซึ่งมันก็คือวีซ่าทำงานของที่สิงกาโปนั่นเอง

จริงๆเมื่อเทียบกะวีซ่าอื่นๆ หรือประเทศอื่นๆ อีพีของสิงกาโปก็นับว่าค่อนข้างดีและประเสริฐ นอกจากการที่เราจะไม่ได้สิทธิ์บางอย่างเฉกเช่นคนสิงกาโป เช่น การซื้อบ้าน HDB / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรี ฯลฯ  แต่โดยรวมแล้วชีวิตเราจะโอเคมาก เช่น ภาษีถูกกว่าไทย**** (คือที่ไทยก็จ่ายไม่เยอะ แต่มานี่คือจ่ายน้อยกว่า และไม่หักรายเดือน) หรือว่า Automatic Gate ที่สนามบิน (ค่ะ ใช้ของสิงได้ค่ะ แต่ดอนเมืองไม่อ่านพาสปอตน้องค่ะ และอัพเดทอะไรไม่ได้ด้วยค่ะ)  อีวีซ่านี่ก็คีอทำได้ทุกอย่างอ่ะ สมัครอินเตอร์เนต มือถือ บัตรเครดิต ฯลฯ

ความพีคของอีบัตรอีพีนี่มีแค่อย่างเดียว คือ เราจะต้องส่งเอกสารให้บริษัท ก็พวกใบสมัคร วุฒิการศึกษา ฯลฯ แล้วเราจะต้องรอ รอ รอ รอ รอ รอ รอ รอ รอ ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจะต้องรอถึงเมื่อไหร่ ส่วนนึงคือ เราไม่รู้ว่าบริษัทดองเอกสารเรา หรือว่า โดน MOM (กระทรวงแรงงาน) ดองเอกสารเรา

ความพีคกว่านั้นคือ ถ้าบางคนซวยระดับแสน ก็จะโดนดองเป็นเดือน  ด้วยความที่เศรษฐกิจที่นี่ไม่ค่อยดี (แต่ก็ยังดีกว่าเมืองไทยมากนัก) และพยายามจะให้ citizen ได้งานทำ ดังนั้นกฏของอีพีคือ การส่งเอกสาร บริษัทจะต้องบอกว่า เออ นี่อ่ะประกาศแล้วนะเว่ย แต่ไม่มีสิงกาโปเรี่ยนสมัคร หรือสมัครแล้วแต่มันไม่ได้จริงๆ ถึงต้องเอาคนต่างชาติมาทำ

โดยปกติมันก็โอเคแหละ แต่ว่าบางคนจะซวยคือ โดนเช็คว่า เหยยย ยูว์ประกาศจริงๆมั้ย แล้วไม่มีสิงกาโปเรี่ยนที่ทำได้จริงๆใช่มั้ย ก็จะติดอีพีเป็นหลายเดือนก็มี (แต่ไม่ค่อยมีคนโดนเท่าไหร่)

อย่างที่บอกอ่ะ อีเวลาในการขอนี่มันคือดวงล้วนๆ โดยปกติคือ 1 อาทิตย์ แต่ถ้าคนซวยๆ อาจจะยาวไปถึงสามเดือน หรือหกเดือนได้ (ซึ่งแม่งไม่มีเหตุผล ไม่มีบอกว่าจะนานแค่ไหน หรรษาปะล่ะ)

หลังจากที่ได้ Approved แล้ว เราจะได้สิ่งที่เรียกว่า IPA (In-Principle Approval) เป็นจดหมายว่า เออๆ ยูว์ได้อีพีแล้วนะ อาจจะต้องไปตรวจสุขภาพ (หรืออาจจะไม่ต้อง) แล้วก็ส่งเอกสารไปอีกรอบ

หลังจากนั้นเราจะได้ไฟนอล Approve ก็จะต้องจอง slot ออนไลน์ ไปถ่ายรูป กับปั๊มลายนิ้วมือ เพื่อ register บัตรเรา ที่ EP Service Office ซึ่งประทับใจมากกกกกกกกก มีความไฮโซว์ พนักงานแต่งยูนิฟอร์มอย่างกะโรงแรม แถมอยู่ในเมืองตรง Clark Quay ต่างกับตอนไปทำ Student Pass (ที่รู้สึกเหมือนแรงงานอพยพ)

แล้วก็รอบัตรมา…

เอาจริงๆแม่งก็แอบหลายขั้นตอนมาก แต่ก็เหมือนวีซ่าที่อื่นอะ ก็รำพอกัน นอกจากตอนรออย่างไม่รู้ความหวังแล้วมันก็โอเค…

ความพีคจริงๆของเราเกิดขึ้นตอนที่เรารออีพี แล้วเราต้องย้ายบ้าน พอดีมีคนจะมาเช่าต่อเรา รีบไล่เราออก แต่ว่าเค้ารอ ร๊อ รออยู่ อีรูมเมทเราก็ไม่ให้อยู่ แล้วเราก็แบบ เครียดมากกกก เพราะ 1 มัดจำบ้านเราก็จะหลุด เพราะเราคอนเฟิมที่ใหม่ไปแล้ว ถ้าเราหาคนมาแทนไม่ได้ 2 อีพีมันไม่ได้ แล้วอีพีกูล่ะจะได้มั้ย   แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ อีพีเราแค่ 1 อาทิตย์เอง และได้คนมาแทนพอดี.. 🙂