lnw Excel ด้วย 5 ฟังก์ชั่นง่ายๆ

Standard

ในการทำงานแทบทุกวันนี้เรียกได้ว่าเราจะหนีจาก excel แทบไม่พ้น แม้ว่ามันจะเป็นโปรแกรมเบสิกที่เหมือนจะง่าย แต่จริงๆแล้วมันโคตรมีประโยชน์เลย แม้ปัจจุบันนี้เราจะแอบหันไปซบ R บ้างเวลาที่ excel มันขาดโน่นขาดนี้ แต่ต้องยอมรับว่าจริงๆแล้วตัวโปรแกรมของเอ็กเซลเอง มันทำอะไรง่ายมาก และมันก็จะยังคงเป็นโปรแกรมแรกที่เราใช้กดเปิดดาต้ามาดูเสมอ

วันนี้เราจะมานำเสนอฟังก์ชันง่ายมากๆ 5 ฟังก์ชั่นสำหรับ excel ที่เชื่อเถอะว่า ถ้าได้ 5 อันนี้แล้วก็ไปถึงครึ่งทางแห่งความlnw แล้ว (หลังจากนั้นก็ประยุกต์เอาแล้วล่ะเทอ)

 

1 Iferror
เป็นฟังก์ชั่นที่สวยมาก นอกจากเอาไว้ตกแต่งให้หน้าตาชีทเราสวยงามแล้ว ยังจะใช้หาค่าไปทำต่อได้เช่นกัน
iferror.JPG
จากตัวอย่างข้างบน ถ้าเกิดตรงช่อง A2เราใส่เป็น 0 ปุ๊บ มันจะเกิดการเออเร่อขึ้นมา (เพราะหาร 0 ไม่ได้) มันก็จะขึ้นคำว่า “error” ที่ตั้งไว้

วิธีใช้ // ปกติเรามักจะใช้มันปิดสูตรเกือบทุกอันที่สามารถมีเออเร่อได้เพื่อความสวยงามของชีท โดยเฉพาะสูตร Vlookup ที่มันจะหาไม่เจอแล้วขึ้นเออเร่อน่าเกลียด

 

2 If

เงื่อนไขครอบจักรวาล เอาไว้สร้างเงื่อนไข ข้อดีงามของมันคือ เอาไปใช้ได้ทั้งเลข และตัวอักษร และซ้อนกันได้หลายชั้น (ยกเว้นคนเขียนงงเองนั่นอีกเรื่องนะ)
if.JPG
อันนี้ก็ตรงตัวเลย ถ้าเงื่อนไขจริงจะแสดงตามตัวที่สอง(สีเขียว) ถ้าไม่จริงจะแสดงตามตัวที่สาม(สีส้ม) และแน่นอนว่าอีสีส้มและสีเขียวสามารถใส่เป็นเลขช่องอื่นได้ หรือใส่เป็นสูตรซ้อนต่อไปก็ย่อมได้

วิธีใช้ // อันนี้เราใช้กับคอนดิชั่นง่ายๆ เช่น ตรงนี้ผ่าน ตรงนี้ไม่ผ่าน (หรือไม่ก็ใช้ conditional formatting แทน) หรือว่าตรงนี้ใส่ข้อมูลครบไหม หรือกรณีที่เราต้อง vlookup แต่มีสองตาราง ขึ้นอยู่กับสินค้า ก็อาจจะใส่คอนดิชั่นไว้ก่อน แล้วค่อยไปลุกอัพ

 

3 Vlookup

แปลตรงว่าๆจงไปหาค่ามา ถ้ามีใครถามว่าฟังก์ชั่นไหนควรเป็นมากที่สุดใน excel ก็ขอตอบว่า vlookup นี้แหละ มันเอาไว้เทียบดาต้า จัดเป็น condition ได้มากมาย

vlookup.JPGอันแรกก็ใส่ค่าที่อยากให้ไปหา ว่าอยู่ตรงไหน อันสองก็ตารางอยู่ส่วนไหนของโลก (อย่าลืมล๊อคเซลล์ด้วย F4 นะครัชถ้าจะลากลงมา) แล้วก็อันที่สามบอกว่า จากไอ่ที่หานี่ อยากได้ค่ากลับมาอยู่คอลัมไหน

อันที่สำคัญจริงๆคือ [range_lookup] อย่างตัวอย่างข้างบน เราต้องการตัดเกรดเป็นช่วง ดังนั้นจะใช้ Range lookup = True แต่ถ้าสมมุติจะหาแค่ค่าที่ตรงเป๊ะๆ ต้องใช้เป็น False

วิธีใช้ // ใช้แมตซ์ดาต้าล้านแปดแบบไม่ต้องนั่งหา

 

4  Index-match

จริงๆสองอันนี้เป็น 2 ฟังก์ชั่นแยกกัน แต่พอเอามันมารวมกันแล้วมันช่างเทพยิ่งนัก มันคือขั้นกว่าของ vlookup  แบบถ้า vlookup เราดูได้แค่ตารางทางเดียว แต่ถ้าเรามีตารางสองทางก็ต้องพึ่ง index-match เลย

indexmatch.JPG

ตัว match เฉยๆ ใช้หาค่าว่าไอ่ค่าเนี่ย อยู่อันดับที่เท่าไหนในแถว (จะแถวแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้ แต่ต้องกว้างแค่ 1 แถว)
ส่วนตัว index เอาไว้แปะว่า เออเรามีตารางนี้นะ เราอยากได้แถวที่เท่าไหร่ คอลัมไหน (ซึ่งส่วนมากเราจะใช้ค่าจาก match มายัดลงไป)

วิธีใช้ // เหมือน vlookup แต่ advance กว่า

 

5 Sumifs

อันนี้คือเป็นการรวมเอาสูตร if + sum ไว้ด้วยกัน เอาไว้บวกแบบมีเงื่อนไข
sumifs.JPG

วิธีใช้ // อันนี้โคตรมีประโยชน์สำหรับการแดชบอร์ดที่ต้องแยก subgroup โดย sumifs แล้วใช้เงื่อนไขเป็นแต่ละ subgroup ที่ต้องการ

 

เราว่าได้ 5 อันนี้ก็แทบจะเรียกว่าหัวใจของเอ็กเซลได้แล้ว นอกนี้ก็คือไปอัพเลเวลจากการทำงานเอา โดยเฉพาะการทะเลาะกับเวลา / ตัวอักษร 🙂

โปรแกรม R และหลายเหตุผลคูลๆที่คุณอยากลอง

Standard

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าการเขียนโปรแกรม มันคูล (และรู้ตัวว่ากากมาก เรียนทำไหร่ก็ไม่เข้าใจแม่งซักที และโค้ดคือไม่ใช่เพื่อนเรา) และคุณรู้สึกว่าอีโปรแกรมที่ใช้อยู่ทุกวันนี้บางทีมีข้อจำกัดที่หลายๆครั้งอาจจะมีทางเลือกที่ดีกว่า แต่คุณไม่รู้จะเริ่มจากอะไร  เราขอแนะนำให้คุณรู้จัก R Programming

r.jpg

R เป็น programming language ที่ค่อนข้างมาแรง ณ เวลานี้ ส่วนนึงเพราะว่า trend data analytics มาแรงมากๆ (เพราะนางเริ่มต้นจากการเป็นโปรแกรมแสตต) รวมถึง big data และอีกส่วนเพราะมันง่ายมาก (เชื่อเราเหอะ เราเขียนอะไรไม่ได้ซักอย่างแม้กระทั่ง html ง่าวๆๆ แต่เราเขียน r เบสิ๊ก เบสิกได้) แถมส่วนที่ดีที่สุดคือ มันฟรี และมันมี library ดีๆให้เลือกใช้ได้เกือบทุกอย่างที่ต้องการ

ความเก๋ของ R นอกจากความที่นู้ปอย่างเราจะสามารถเรียนได้ในเวลาไม่นานนัก คือมันมีพลังในการจัดการดาต้าได้อย่างเหลือเชื่อมหาศาล แทบจะเรียกได้ว่าครอบคลุมส่วนใหญ่ของการรันดาต้าทั้งหมดแล้ว (แต่นั่นแหละเจ้าของบล็อกก็ชอบ excel มากกว่า เพราะมันขี้เกียจ)

ซึ่งการใช้ R เนี่ย ส่วนใหญ่จะใช้ผ่าน R Studio (อารมณ์เหมือน r คือ html และ เราเขียนผ่าน dreamweaver อะไรประมาณนี้)  เอาเป็นว่าถ้าอยากลองเล่นก็โหลดมันสองอันแล้วก็เปิดแต่ R Studio เอาไว้ทำงานพอ

อันนี้คือสรุปมาให้คร่าวๆ ว่า R / R studio ทำอะไรได้บ้าง ทั้งหมดนี้คือเราเคยลองแตะๆ บางอันก็เยอะ บางอันก็แตะจริงๆ แต่ทุกอันล้วนมีคำตอบใน Google ทั้งนั้น what-r-can-do.JPG

  • Data Import ที่สุดของการดึงดาต้า เราว่ามันเก๋มากตรงต่อ API ไปหาอะไรก็ได้ ต่างกับพวก Tableau หรือ Excel ที่จะมีเซทแห่งความปอปปูล่าร์มาให้ (และก็ไม่มี GA / Google Analytics สุดที่รักของช้านนนน)
  • Data Manipulation ด้วยความที่โปรแกรมมันเป็นโปรแกรมแสตตมาก่อนอ่ะนะ เวลาจัดการดึง ฟิลเตอร์ หรือรวมอะไรอย่างงี้ มันเลยค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว (โอเค แต่ Pivot Table ใน Excel ก็ง่ายกว่าอยู่ดี)
  • Modelling เช่นเดียวกัน เพราะเป็นแสตต จึงมีความสามารถในการรันโมเดลมากมาย เช่น regression ที่รันได้ด้วย การพิมพ์อักษรบรรทัดเดียว (ง่ายปะละ) หรือแพคเกจที่เริ่มไปทาง machine learning หน่อยๆ เช่นพวก decision tree หรือ text analytics (ภาษาอังกฤษอ่ะนะ) ก็มีหมดแล้ว และข้อดีสุดๆคืออีพวกนี้หาเรียนได้ฟรี ใน EdX
  • Data Visualization โอ้ย ประมาณหมื่นล้านคนในโลก จริงๆแล้วต้องการดาต้าไม่ได้ต้องการรันโมเดลบ้าบออะไรหรอก แค่ต้องการกราฟง่ายๆ หรือแดชบอร์ดสวยๆเอาไว้ดู และจะได้เอาไปทำงานต่อได้ ซึ่ง การทำ visualization มันน่ารำคาญมากแรกๆ แต่มันค่อนข้าง customize ทำได้ประมาณแปดหมื่นอย่าง ที่อย่างอื่นทำไม่ได้ และที่โหดกว่านั้น คือสามารถเอาไปทำเป็น interactive dashboard ได้ด้วยโค้ดสามสี่บรรทัด ซึ่งประเสริฐมากมาย (แต่นั่นแหละ ด้วยตัวมันเองก็ยังแพ้ Tableau อยู่ แต่ถ้าไปรวมตั้งแต่ข้อแรกมาแล้ว R ก็คือช้อยส์ที่ดีมากถ้าอยากทำ)

แถมขำๆ อันนี้เป็นโปรเจคที่ทำส่งอาจารย์ (ก็ไม่ขำหรอก) แต่ถ้าเอามันไปต่อมันก็พาวเวอร์ฟูลมากๆ ใครสนใจลองหลังไมค์มาได้นะครัชชช

dashboard-from-r.JPG

https://smu-visual-proj.shinyapps.io/e-commerce/

 

 

 

 

 

 

Singapore Public Data แหล่งดาต้าโคตรงามที่ไว้ไปขุดเล่นๆ

Standard

จริงๆเราก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้น 555 บอกตรงๆก็ Prof.สั่งให้ไปขุดมาดูนั่นแหละ แต่ว่าเว็บทำค่อนข้างดี และมี data public information ให้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งบอกตรงๆ #ทำไมประเทศกูไม่มี

สามารถลองเข้าไปดูในนี้ได้เลยค่า https://data.gov.sg

และนอกจากจะมี databases ให้ไปเล่นแล้ว ยังมีแนวทางการ visualization ของดาต้าให้ด้วย เช่น

busserviceจาก : https://data.gov.sg/blog/fingerprint-of-a-bus-route

คือมันดีมากก ขอจงไปขุดกันเถอะค่าาา

Significant คืออะไร

Standard

เราคิดว่าหลายๆคนมาสายมาร์เก็ตติ้งและคืนความรู้ Stat ทั้งหมดแด่ครูมัธยมกับมหาลัยเรียบร้อยแล้ว (เช่นเราเป็นต้น) พอมาทำงาน อื่ออ เราก็รู้แหละว่า เวลาดาต้าเรารันออกมามี * แปลว่ามัน sig ชื่อเต็มๆคือ statistical significant หรือภาษาไทยเรียกว่า “มีนัยยะสำคัญทางสถิติ”

แล้วมันใช้ไงวะ… มันใช้ว่า สมมุติเราทำการสำรวจ ทดลอง บ้าบอคอแตกอะไรก็แล้วแต่ ในแต่ละกลุ่ม แล้วเราแยก subgroup ออกมา เราจะรู้ได้ไงว่ามันต่าง สมมุติเราถามเด็กกะผู้ใหญ่ว่าชอบกินไอติมมั้ย แล้วเด็ก 90% บอกว่าชอบ ขณะที่ผู้ใหญ่ 20% บอกว่าไม่ชอบ เออ เคสนี้มันชัดไงว่ามันต่าง แต่ถ้ามันเป็น 78 กับ 67 ล่ะ เอ่ะ จะต่างมั้ย??

ทีนี้พอมันใกล้กัน มันเลยต้องมาถามถึงทฤษฏีของ Stat ว่าด้วย ค่าเฉลี่ย (mean) และ ความผันผวน (standard deviation) ว่าค่าเฉลี่ยสองกลุ่มเนี่ย มันใกล้กันแค่ไหน แล้วไอ่ที่ว่าใกล้เนี่ย มั่นใจได้แค่ไหน ถ้าใครมีความคุ้นๆตอนเรียนสถิติ ก็จะประมาณนี้

  1. ตั้ง H0 หรือ Null Hypothesis ว่ามันเท่ากัน
  2. ไปคิดค่า z score / t score ออกมาจากค่าเฉลี่ย (mean) และ sd  และจำนวนตัวอย่าง
    !!เพราะนักสถิติได้คิดให้เราแล้วว่ามันจะมีความน่าจะเป็นเท่าไหร่ ที่คะแนนนี้จะตกตรงนี้ๆ อะไรงี้
  3. มาดูความน่าจะเป็นว่า มันน่าจะบังเอิญไม่เท่ากัน หรือยังไง โดยการเทียบกับ distribution (หรือตอนเรียนมันคืออีตอนเปิดตารางเยอะๆนั่นแหละ) และไปตอบ Hypothesis
  4. เย่ ทีนี้ก็รู้แล้วว่าต่างมั้ย

dist.JPG

ช้าก่อน ถ้ารู้สึกว่ามันซับซ้อนไป ขอให้ Let it go และจำแค่ว่า “เออ มันติดซิก แปลว่ามันต่าง”

และความจริงที่อ.ทุกคนไม่เคยบอกคือ… ปัจจุบันเราไม่ต้องเปิดตาราง ไม่ต้องแม้แต่คิด z หรือ t เพียงแค่ เราเปิดโปรแกรมแล้วรันมันเท่านั้นเอง (แม้แต่ excel ยังมีเลยเท๊อออ)….. จบนะ

 

Tableau สุดยอดแห่งนวัตกรรมการทำกราฟ

Standard

เมื่อวานก่อนเรียนคลาสแรกที่ MITB แบบว่าฟินมากก กับโปรแกรมที่ชื่อ Tableau  แต่ก่อนอื่นเราขอท้าวความถึงนวัดกรรมแห่งการทำกราฟที่เราผ่านมาก่อนแล้วกัน เผื่อหลายๆคนจะได้เห็นภาพ

  1. นวัตกรรมแบบดั้งเดิม : Crosstab ในโปรแกรม Stat แล้วเอามาเป็นตาราง แล้วเอาตารางนี้มาพล็อตอีกที
    อันนี้คือออฟฟิสที่แรกสุดในชีวิตเราทำ แบบเสียเวลาชีวิตมากมายมหาศาล ต้องมาคอยคอสทีละข้อ ต้องเช็คดาต้าอีก แล้วคนที่ทำชาร์ตก็นั่งทำไปด้วยมือนะจ๊ะ ตัดกันสนุกสนาน แต่หลักการในการทำงานมันเหมือนกันหมดนั่นแหละ แค่เทคโนโลยีมันอาจจะยังไปไม่ถึง
    ปล. แต่อันนี้คิด stat sig ให้ด้วยนะเทอออ ที่มันพีคเพราะตอนใส่ sig นี่แหละเทอออ
    traditional-data.JPG
  2. Pivot + Chart : อันนี้ก็เป็นนวัตกรรมที่ดีขึ้น คือมันชิวอ่ะะะ เราแค่ดึงดาต้ามา แล้วก็จับ Pivot ซะ ใน excel แล้วก็เอามาทำชาร์ต ซึ่ง excel ฉลาดพอที่จะรู้ว่า อ่อ ชาร์ตนี้มาจาก pivot ถ้าเราเปลี่ยนมุมใน pivot นางก็เปลี่ยนให้ด้วยจ้าาาา
    ปล. อันนี้ความพังอาจจะอยู่ที่การคลีนดาต้าก่อนจะมา Pivot  ไม่คลีนก็พังอะ
    pivot.JPG
  3. Tableau – อันนี้เพิ่งเรียน เห่อมากกกกก บอกเลย ฟินมาก สิ่งที่มันทำคือ มันเอาตัวเองไปต่อกับ Databases เช่น SQL แล้วจับสองอันมารวมกันให้เราสวยๆ และทำกราฟให้เราแบบ Drag and Drop (หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า pivot แบบ advance สัส ทำซะสวยเลย)
    tableau.JPG

 

นอกจากสองสามอย่างนี้ มันยังมี tools มากมายล้านแปดที่เราสามารถทำได้ 🙂 มีอันไหนเวิร์คๆอย่าลืมมาแชร์บอกเราด้วยนะ